เครื่องคำนวณ TDEE

คำนวณพลังงานที่ใช้ต่อวันทั้งหมดและหาปริมาณแคลอรีที่เหมาะสมกับเป้าหมายของคุณ

ระหว่าง 15 ถึง 120 ปี

กรอกน้ำหนักเป็นกิโลกรัม

กรอกส่วนสูงเป็นเซนติเมตร

เลือกระดับที่ตรงกับกิจวัตรประจำสัปดาห์ของคุณมากที่สุด

รู้ TDEE ของคุณแล้ว มาอยู่ในเป้าหมายกัน

TDEE คือปริมาณแคลอรีที่คุณควรบริโภคต่อวัน Kaloria จะช่วยติดตามทุกมื้ออาหารให้คุณโดยอัตโนมัติ — แค่ถ่ายรูป แล้วดูแคลอรีที่เหลืออัปเดตแบบเรียลไทม์

⭐ 4.8 · 15,000+ ผู้ใช้ · ดาวน์โหลดฟรี

เริ่มติดตาม TDEE เลย
Download on the App StoreGet it on Google Play
Kaloria AI

ทำความเข้าใจ TDEE และระบบเผาผลาญของคุณ

TDEE คือพลังงานทั้งหมดที่ร่างกายใช้ใน 24 ชั่วโมง รวมอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน (BMR), ผลจากการย่อยอาหาร (TEF), กิจกรรมที่ไม่ใช่ออกกำลังกาย (NEAT) และแคลอรีที่เผาผลาญจากการออกกำลังกาย สำหรับคนส่วนใหญ่ BMR จะคิดเป็น 60-75% ของพลังงานที่ใช้ทั้งหมด การเข้าใจ TDEE ช่วยให้คุณเริ่มต้นวางแผนโภชนาการได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะต้องการลดน้ำหนัก เพิ่มกล้าม หรือรักษารูปร่าง

เครื่องคำนวณนี้ใช้สมการ Mifflin-St Jeor ซึ่งงานวิจัยในวารสาร American Dietetic Association ระบุว่าสมการนี้แม่นยำที่สุดในการคำนวณ BMR สำหรับคนที่มีน้ำหนักปกติและน้ำหนักเกิน สมการนี้ใช้ข้อมูลน้ำหนัก ส่วนสูง อายุ และเพศ แล้วคูณด้วยค่ากิจกรรมที่สะท้อนระดับการเคลื่อนไหวของคุณ เพราะค่ากิจกรรมมีผลคูณมาก การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในการเคลื่อนไหวแต่ละวันจึงส่งผลต่อ TDEE เป็นจำนวนหลายร้อยแคลอรี

ถ้าต้องการลดน้ำหนัก คุณต้องกินแคลอรี่น้อยกว่า TDEE เพื่อสร้างภาวะขาดแคลอรี การขาดแคลอรี 500 แคลอรีต่อวันจะทำให้น้ำหนักลดประมาณ 0.45 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ ในทางกลับกัน การกินแคลอรีเกิน TDEE จะช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อเมื่อออกกำลังกายแบบต้านทาน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ขาดหรือเกินแคลอรีไม่เกิน 500 แคลอรีเพื่อรักษากล้ามเนื้อและป้องกันการปรับตัวของเมตาบอลิซึม

โปรดทราบว่า TDEE เป็นการประมาณผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันไปตามพันธุกรรม ฮอร์โมน คุณภาพการนอน ความเครียด และองค์ประกอบร่างกาย ใช้ค่า TDEE ที่คำนวณเป็นจุดเริ่มต้น จากนั้นติดตามน้ำหนักและพลังงานของคุณ 2-3 สัปดาห์ หากน้ำหนักไม่เปลี่ยนตามต้องการ ปรับแคลอรีขึ้นหรือลง 100-200 แคลอรี แล้วประเมินใหม่ วิธีนี้มีประสิทธิภาพกว่าการตั้งเป้าหมายตัวเลขเดียว

วิธีใช้เครื่องคำนวณนี้

  1. เลือกระบบหน่วยที่ต้องการ (เมตริกหรืออิมพีเรียล) โดยใช้ปุ่มสลับด้านบนของแบบฟอร์ม ป้ายชื่อและช่องกรอกข้อมูลจะเปลี่ยนตามระบบที่เลือก
  2. กรอกอายุ น้ำหนัก และส่วนสูงในช่องที่กำหนด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลถูกต้องเพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำ
  3. เลือกเพศของคุณ (ชายหรือหญิง) เนื่องจากมีผลต่อการคำนวณ BMR เพราะความแตกต่างขององค์ประกอบร่างกายเฉลี่ย
  4. เลือกระดับกิจกรรมที่ตรงกับกิจวัตรประจำสัปดาห์ของคุณ ตั้งแต่นั่งนิ่ง (งานโต๊ะ) ถึงเคลื่อนไหวมากพิเศษ (นักกีฬาหรืองานใช้แรงหนัก)
  5. คลิก "คำนวณ TDEE" เพื่อดูค่า BMR, TDEE, กราฟแยกพลังงาน, สัดส่วนสารอาหารหลักที่แนะนำ และเป้าหมายแคลอรีสำหรับลดน้ำหนัก รักษาน้ำหนัก และเพิ่มน้ำหนัก

คำถามที่พบบ่อย

BMR กับ TDEE ต่างกันอย่างไร?

BMR คือแคลอรีที่ร่างกายใช้ขณะพักเพื่อรักษาการทำงานของอวัยวะสำคัญ เช่น การหายใจและการไหลเวียนโลหิต ส่วน TDEE คือ BMR คูณด้วยค่ากิจกรรมที่สะท้อนพลังงานที่ใช้จากการเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย และการย่อยอาหาร TDEE จึงสูงกว่า BMR และแสดงพลังงานที่ร่างกายใช้จริงต่อวัน

เครื่องคำนวณนี้ใช้สูตรอะไร?

เครื่องคำนวณนี้ใช้สมการ Mifflin-St Jeor ซึ่งพัฒนาขึ้นในปี 1990 และได้รับการยอมรับว่าแม่นยำที่สุดสำหรับการทำนาย BMR สูตรสำหรับชาย: BMR = (10 x น้ำหนักเป็นกก.) + (6.25 x ส่วนสูงเป็นซม.) - (5 x อายุ) + 5 สำหรับหญิง: BMR = (10 x น้ำหนักเป็นกก.) + (6.25 x ส่วนสูงเป็นซม.) - (5 x อายุ) - 161 จากนั้นนำไปคูณกับค่ากิจกรรมที่มีค่า 1.2 (นั่งนิ่ง) ถึง 1.9 (เคลื่อนไหวมากพิเศษ)

จะเลือกระดับกิจกรรมอย่างไรให้เหมาะสม?

ให้ซื่อสัตย์กับกิจกรรมในสัปดาห์ปกติของคุณ นั่งนิ่งหมายถึงงานโต๊ะและออกกำลังกายน้อยหรือไม่มีเลย เคลื่อนไหวน้อยหมายถึงออกกำลังกายเบาหรือเดิน 1-3 วันต่อสัปดาห์ เคลื่อนไหวปานกลางคือออกกำลังกาย 3-5 วันต่อสัปดาห์ เคลื่อนไหวมากคือออกกำลังกายหนัก 6-7 วันต่อสัปดาห์ เคลื่อนไหวมากพิเศษสำหรับนักกีฬาหรือคนทำงานใช้แรงมาก หากไม่แน่ใจเลือกระดับต่ำกว่าเพื่อไม่ประเมินเกินจริง

ควรกินแคลอรีเท่าไรถึงจะลดน้ำหนักได้?

เพื่อลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยและยั่งยืน ให้ลดแคลอรี 500 แคลอรีจาก TDEE ซึ่งจะทำให้ขาดแคลอรีรวม 3,500 แคลอรีต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 0.45 กิโลกรัมของไขมันต่อสัปดาห์ สำหรับวิธีที่อ่อนโยนกว่า ลด 250 แคลอรีจะทำให้น้ำหนักลดช้าลงแต่ยั่งยืน หลีกเลี่ยงการกินต่ำกว่า 1,200 แคลอรีสำหรับผู้หญิง หรือ 1,500 แคลอรีสำหรับผู้ชายโดยไม่มีคำแนะนำแพทย์ เพราะแคลอรีต่ำมากอาจทำให้เมตาบอลิซึมช้าลงและขาดสารอาหาร

TDEE จะเปลี่ยนแปลงไหมเมื่อฉันลดน้ำหนัก?

ใช่ เมื่อคุณน้ำหนักลด BMR จะลดลงเพราะมีเนื้อเยื่อน้อยลง นอกจากนี้ยังมีการปรับตัวของเมตาบอลิซึมที่ทำให้การเผาผลาญช้าลงเกินกว่าที่น้ำหนักลดอย่างเดียวจะอธิบายได้ นี่เป็นเหตุผลที่น้ำหนักมักหยุดลดหลังจากหลายสัปดาห์ ควรคำนวณ TDEE ใหม่ทุกครั้งที่น้ำหนักลด 2-4 กิโลกรัม และปรับแคลอรีตามเพื่อให้การลดน้ำหนักดำเนินต่อไป

ฉันจะใช้ TDEE เพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อได้ไหม?

ได้แน่นอน เพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ คุณต้องกินแคลอรีเกิน TDEE พร้อมกับการฝึกต้านทานอย่างต่อเนื่อง แนะนำให้เกิน 250-500 แคลอรีต่อวัน และควรกินโปรตีนให้เพียงพอ ประมาณ 1.6-2.2 กรัมต่อน้ำหนักตัวกิโลกรัม เพื่อสนับสนุนการสังเคราะห์โปรตีนกล้ามเนื้อ สัดส่วนสารอาหารหลักที่แสดงในผลลัพธ์เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับอาหารเพิ่มกล้ามเนื้อที่สมดุล

การคำนวณ TDEE แม่นยำแค่ไหน?

สมการ Mifflin-St Jeor มีความแม่นยำประมาณ 10% สำหรับคนส่วนใหญ่ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่หาได้ทั่วไป อย่างไรก็ตาม ไม่ได้คำนึงถึงความแตกต่างส่วนบุคคล เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน องค์ประกอบร่างกาย (สัดส่วนกล้ามเนื้อและไขมัน) หรือโรคบางชนิด เช่น ภาวะไทรอยด์ต่ำ สำหรับการวัดที่แม่นยำที่สุด การวัดโดยห้องปฏิบัติการด้วยวิธี indirect calorimetry เป็นมาตรฐานทองคำ สำหรับการใช้งานทั่วไป ให้ใช้ค่า TDEE เป็นจุดเริ่มต้นและปรับตามผลลัพธ์จริงใน 2-3 สัปดาห์

Download on the App Store Get it on Google Play